โทรศัพท์ 1358

“รมว.ธนกร” ชื่นชม "ดีพร้อม" ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ ผ่านหลักสูตร Master Thai Chef Program หนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปลุกตลาดอาหารสร้างสรรค์ - พรีเมียม มั่นใจปี 69 อุตฯ อาหารไทยยังโตฉลุย ช่วยปั๊มเม็ดเงินกว่า 3,300 ล้านบาท
“รมว.ธนกร” ชื่นชม "ดีพร้อม" ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ ผ่านหลักสูตร Master Thai Chef Program หนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปลุกตลาดอาหารสร้างสรรค์ - พรีเมียม มั่นใจปี 69 อุตฯ อาหารไทยยังโตฉลุย ช่วยปั๊มเม็ดเงินกว่า 3,300 ล้านบาท
จ.นนทบุรี 4 มีนาคม 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่าย และมอบใบประกาศนียบัตรผู้ที่ผ่านหลักสูตร “Master Thai Chef Program” ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นางสาวพลอยลภัสร์ สิงโต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายศาสตรา ศรีปาน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร และสื่อมวลชนเข้าร่วมพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ณ แกรนด์ไดมอน บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย แต่จากปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายภาษีนำเข้า และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม จึงตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัด ผ่านการพัฒนาศักยภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ส่งเสริมการผลิตโดยสนับสนุนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Made by Thai) ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างแม่นยำ เป็นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง ซึ่งการปั้นเชฟผ่านหลักสูตรเข้มข้นในครั้งนี้ เป็นการพัฒนทักษะและเพิ่มคุณภาพให้แก่อาหารไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหาร โดยเชฟชุมชนกว่า 20,000 คน จะเป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสารและเพิ่มมูลค่าให้อาหารไทยกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ นับเป็นส่วนสำคัญที่อาหารไทยจะผงาดบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมีบทบาทสำคัญต่อ GDP ประเทศอย่างมาก โดยทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในสาขาอาหารไทยจึงถือเป็นการหยิบทุนทางวัฒนธรรมที่คนทั่วโลกยอมรับมาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงฯ มุ่งเน้นการขับเคลื่อน Soft Power ผ่านการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อต่อยอดการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสาขาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย การผลิตและเผยแพร่ภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทย นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการยกระดับบุคลากรและผลิตภัณฑ์ไทยผ่านการเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill) และเสริมทักษะเดิม (Reskill) โดยเร่งสร้างเชฟอาหารไทยทักษะสูง ผ่าน “หลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” เพื่อให้คนไทยสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง รองรับการเปลี่ยนผ่านจาก “ครัวของโลก” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาหารระดับโลก” โดยใช้พลังของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการพัฒนาเชฟชุมชนสู่เชฟอาชีพ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” อย่างเข้มข้นผ่านการฝึกอบรมครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอัตลักษณ์ภูมิปัญญาอาหาร 4 ภาค พร้อมการเรียนรู้ผ่านภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญจนสามารถบ่มเพาะเชฟทักษะสูงได้กว่า 20,000 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ อาทิ ประกาศนียบัตรสมรรถนะผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 4 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 จากกรมพัฒนา ฝีมือแรงงานคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 จากผู้ที่เข้ารับการอบรม ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาท และเกิดการกระจายรายได้กลับสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างอาชีพให้คนไทย แต่เชฟเหล่านี้จะเป็น "ทูตวัฒนธรรมอาหารไทย" ที่ถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่มีเสน่ห์สู่สายตาชาวโลก อันจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ดีพร้อม เชื่อมั่นว่า โครงการส่งเสริมฯ ไม่เพียงสร้างทักษะอาชีพให้คนไทย แต่พลังสร้างสรรค์จากอาหารไทยที่เชฟชุมชนได้รังสรรค์เมนูจะเป็นการบอกเล่าคุณค่า เรื่องราว และความมีเสน่ห์ของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ อีกทั้ง ยังเป็นก้าวแรกในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน อาหารภูมิปัญญาไทยสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างรากฐานให้กับเศรษฐกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
05 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมพิธีถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
“รองอธิบดีดุสิต” ร่วมพิธีถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
กรุงเทพฯ 2 มีนาคม 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารและข้าราชการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเทิดพระเกียรติในฐานะ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธี ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาป้องกันประเทศ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการช่าง และทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมสากล อันเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับศักยภาพแรงงานของประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจให้แรงงานไทยมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตราบจนปัจจุบัน
05 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
“ดีพร้อม” ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
กรุงเทพ 3 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานในโอกาสที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนัตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมพิธี ด้วยความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพรมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
05 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน “DIPROM BIZ MARKET 2026” ชิม ช้อป เชื่อมโลก หนุนผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยทดสอบตลาด-ขยายโอกาสสู่สากล
“รองอธิบดีดุสิต” เปิดงาน “DIPROM BIZ MARKET 2026” ชิม ช้อป เชื่อมโลก หนุนผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยทดสอบตลาด-ขยายโอกาสสู่สากล
จังหวัดนครปฐม 26 กุมภาพันธ์ 2569 - นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า “DIPROM BIZ MARKET 2026” พร้อมด้วย นายสกุลพงษ์ พงษ์พิจิตร ผู้จัดการแผนกการตลาดเซ็นทรัลศาลายา นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1เซ็นทรัลศาลายา การจัดงานแสดงสินค้าในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างโอกาสทางธุรกิจและทดสอบตลาด ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มให้มีโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ตามนโยบายของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยการปรับรูปแบบไปสู่การเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าโดยตรง (Direct to Consumer) ผ่านงานแสดงสินค้า และการทำการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่ไปพร้อมกับการนำเสนอจุดเด่นด้านวัตถุดิบพื้นถิ่นและอัตลักษณ์ความเป็นไทย การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ผลิตภัณฑ์ภายในงานจะมีทั้งกลุ่มสินค้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความโดดเด่นทางด้านรสชาติ และกลุ่มสินค้าพรีไบโอติกส์ และ Functional Food ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการทั่วไปแล้ว ยังมีสารอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ได้คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจากทั่วประเทศเข้าร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าภายในงาน จำนวนกว่า 15 บูธ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับแพลตฟอร์ม E-Commerce ชั้นนำ อย่าง Alibaba และบริษัท แคสซาวา ไทย อินเตอร์ คอมเมอร์เชียล จำกัด ตัวแทนนำสินค้าไทยไปเปิดตลาดตะวันออกกลาง “รองอธิบดีดุสิต” กล่าวว่า “ดีพร้อม” ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนา ผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การวางกลยุทธ์การตลาด ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยงานในวันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดสอบศักยภาพสินค้าในสภาพแวดล้อมของตลาดจริง ซึ่งทุกท่านจะได้รับข้อคิดเห็นจากผู้บริโภคโดยตรงเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ อยากเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมชมและเลือกซื้อสินค้าภายในงานซึ่งจัดขึ้นทั้งหมด 5 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัลศาลายา เพื่อทุกท่านจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป
05 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” เปิดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งรักษาแชมป์องค์กรคุณธรรมต่อเนื่องในปี 69 พร้อมยกระดับ 9 ตัวชี้วัด เชื่อมโยงมาตรฐาน OECD
“รองอธิบดีพลาวุธ” เปิดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งรักษาแชมป์องค์กรคุณธรรมต่อเนื่องในปี 69 พร้อมยกระดับ 9 ตัวชี้วัด เชื่อมโยงมาตรฐาน OECD
กรุงเทพฯ 26 กุมภาพันธ์ 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมชี้แจงการดำเนินการสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ กสอ. โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ถนนพระรามที่ 6 และในรูปแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom Meeting การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดดีพร้อม ให้ดำเนินไปตามแผนปฏิบัติการด้านส่งเสริมส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ภายใต้เกณฑ์การประเมิน 9 ตัวชี้วัด ซึ่งมีข้อปฏิบัติเพิ่มเติม คือ ปฏิญญาคุณธรรม (Do’s & Don’t) ของหน่วยงานในระดับกอง เพื่อกำหนดพฤติกรรมที่ควรทำและไม่ควรทำอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลสำเร็จของการดำเนินการทุกกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ และตอบโจทย์คุณธรรมทั้ง 5 ด้านครบถ้วน ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู มุ่งสู่การเป็น "องค์กรคุณธรรมต้นแบบ" ทั้งนี้ การสร้างคุณธรรมจริยธรรมในภาครัฐ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิก OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้กำหนดมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในหลายด้านโดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมกันนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ดีพร้อม ได้รับโล่เชิดชูเกียรติรางวัล “องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” ประจำปี พ.ศ. 2568 จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอธิบดีณัฏฐิญา ได้เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ ซึ่งรางวัลนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาบุคลากรให้ “ดีพร้อม” และ ดีพร้อม ยังคงมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยคุณธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ต่อไป
05 มี.ค. 2569
“ปลัดณัฐพล” ตั้ง “ดีพร้อม” ทำหน้าที่ “ผอ.ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย คนใหม่” เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ยกระดับกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์และการตลาดฮาลาลสู่ตลาดระดับโลก
“ปลัดณัฐพล” ตั้ง “ดีพร้อม” ทำหน้าที่ “ผอ.ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย คนใหม่” เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ยกระดับกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์และการตลาดฮาลาลสู่ตลาดระดับโลก
กรุงเทพฯ 24 กุมภาพันธ์ 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม ติดตามความคืบหน้าแผนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 คณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ ซึ่งมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเลขานุการ เป็นกลไกที่สำคัญในการ กำหนดนโยบายและทิศทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทยในภาพรวมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้มีการอัพเดทสถานการณ์อุตสาหกรรมฮาลาลทั้งในมิติของตลาดภายในประเทศและตลาดโลก ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความต้องการสินค้ามาตรฐานฮาลาลในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และ กระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล โดยอุตสาหกรรมฮาลาลไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยา เวชภัณฑ์ แฟชั่น และบริการที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านมาตรฐานและการรับรองฮาลาล การยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับ ข้อกำหนด ตลอดจนการสนับสนุนการตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ รวมถึงรายงานความคืบหน้า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม และแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป พร้อมทั้งการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ ที่เป็นรูปธรรม โดยในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงสร้างการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย ทำหน้าที่ในการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และวางแผนการตลาดเป้าหมาย พร้อมจัดทำข้อตกลงทางการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายฮาลาล รวมทั้งผลักดันการยกระดับผู้ประกอบการ ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขยายโอกาสทางการค้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสินค้าฮาลาลที่มี คุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ “ดีพร้อม” ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
05 มี.ค. 2569
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “SME D Bank”  ติดตามความคืบหน้าพร้อมหารือแนวทางการจัดการเงินคงเหลือการดำเนินโครงการ SSID
“ดีพร้อม” ร่วมหารือ “SME D Bank”  ติดตามความคืบหน้าพร้อมหารือแนวทางการจัดการเงินคงเหลือการดำเนินโครงการ SSID
กรุงเทพฯ 24 กุมภาพันธ์ 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าและหารือแนวทางการจัดการเงินคงเหลือของโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการส่งเสริมอุตสาหกรรม (Small Scale Industry Development Project: SSID) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) นำโดย นายเขมชาติ อภิรัชตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะ ร่วมด้วย นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการ SSID ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแคนาดา ซึ่งเริ่มต้นดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจากการสืบค้นเอกสารพบข้อมูลยืนยันว่าโครงการฯ ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2539 อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และความชัดเจนทางกฎหมาย พร้อมรับทราบถึงสถานภาพการสิ้นสุดของโครงการฯ ตามข้อเท็จจริง ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการบริหารจัดการเงินคงเหลือให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่ง SME D Bank จะนำข้อเท็จจริงนี้เสนอต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาขอมติเห็นชอบในการยุติโครงการฯ และในส่วนของดีพร้อม จะประสานกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) เพื่อแจ้งยืนยันขอสิ้นสุดทุกภารกิจภายใต้โครงการ SSID ตามหลักฐานที่ปรากฏ และจะแจ้งสถานทูตแคนาดาเพื่อทราบต่อไป
05 มี.ค. 2569
“ปลัดณัฐพล” นำทีม พร้อม “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดบ้านต้อนรับ “ฉางอาน” กระชับความร่วมมือการยกระดับ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต
“ปลัดณัฐพล” นำทีม พร้อม “อธิบดีณัฏฐิญา” เปิดบ้านต้อนรับ “ฉางอาน” กระชับความร่วมมือการยกระดับ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคต
กรุงเทพฯ 24 กุมภาพันธ์ 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติต้อนรับคณะผู้บริหาร จากบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือกับกระทรวง อุตสาหกรรม ร่วมด้วย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก. 2 ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 การหารือในครั้งนี้ ผู้บริหารจากบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายใหญ่ ได้แนะนำภาพรวมการดำเนินธุรกิจ วิสัยทัศน์ในการลงทุน ตลอดจนแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ในประเทศไทย ที่มุ่งส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ของอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้กล่าวขอบคุณ กระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” ที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนการดำเนินงาน อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายไทย และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความสัมพันธ์ อันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มี ต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงมุมมองการเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรม S-Curve ในประเทศไทย โดยเชื่อมั่นว่า มาตรฐานการผลิตที่ดี ย่อมจะส่งผลให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากการมีมาตรฐานการผลิตที่ดีแล้ว “ดีพร้อม” ยังมุ่งหวังให้เกิดกลไกการผลิตที่มีสาระสำคัญกับประเทศ การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) การกำหนดถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) การถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านการวิจัยและพัฒนา ร่วมกัน หรือแม้แต่มิติของการกระจายรายได้สู่ชุมชนหรือนิคม SME ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
02 มี.ค. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” จับมือ “ไทยซับคอน” ปั้นโมเดล “พี่ช่วยน้อง" มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วน SME ในห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรม New S-Curve
“อธิบดีณัฏฐิญา” จับมือ “ไทยซับคอน” ปั้นโมเดล “พี่ช่วยน้อง" มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วน SME ในห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรม New S-Curve
กรุงเทพฯ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับนายเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย พร้อมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนา SMEs โดยมี คณะผู้บริหารของสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcontracting Promotion Association) เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การหารือในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะการยกระดับ ความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับ SMEs เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโอกาสทางการค้า การสนับสนุน การเชื่อมโยงธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบราง อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสถาบันไทย-เยอรมัน ในการจัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะรองรับระบบอัตโนมัติ และการ Upskill/Reskill แรงงาน โดยปัจจุบันสมาคมฯ ได้ยกระดับเป็นสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน มีหน้าที่ในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมสมาชิกสมาคมกว่า 40 หน่วยงาน ซึ่งจะมีการจัดประชุมสมาพันธ์เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของสมาชิกเป็นครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคม 2569 “อธิบดีณัฏฐิญา” กล่าวว่าสมาคมฯ เป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” (Strategic Partner) ที่สำคัญ ในการร่วมขับเคลื่อนโมเดล “พี่ช่วยน้อง” (Big Brother Model) ผ่านกลไกของดีพร้อมเซ็นเตอร์ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ การบ่มเพาะผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย และอุทยานวิทยาศาสตร์ (SciPark) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากบริษัทใหญ่ สู่ SMEs ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองหน่วนยงานได้ร่วมมือกันผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย เป็นอย่างดีมาโดยตลอด พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานการผลิตที่ดี การใช้แรงงานที่ถูกกฎหมาย นโยบายเกษตรอุตสาหกรรมทั้งเกษตรต้นน้ำและการแปรรูปอาหาร ที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ โดยเชื่อมั่นว่าทั้งสองหน่วยงานจะสามารถบูรณาการความร่วมมือระหว่างกันได้ในหลากหลายมิติ เช่น การบริหารจัดการคลังสินค้า โลจิสติกส์และซัพพลายเชน รวมถึงการยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนไปสู่อุตสาหกรรม New S-Curve
02 มี.ค. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมบอร์ด สศส. ติดตามผล 3 เทศกาลสร้างสรรค์ พร้อมพิจารณาแนวทางการพัฒนา ทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ
“รองอธิบดีพลาวุธ” ร่วมประชุมบอร์ด สศส. ติดตามผล 3 เทศกาลสร้างสรรค์ พร้อมพิจารณาแนวทางการพัฒนา ทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ
กรุงเทพฯ 23 กุมภาพันธ์ 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาคณะกรรมการและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 3 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ สศส. อาคารไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานความคืบหน้าผลการจัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568 งาน "Sound of Sisaket 2025 : ชาวสีเกด 2568" และเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 รวมถึงผลการประเมินองค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยจะนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ มีการพิจารณารายงานการเงินประจำไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ให้คณะกรรมการฯ ทราบ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีด้านการบริหารการเงิน รวมทั้งพิจารณารายงานผลการหารายได้ ไตรมาสที่ 1/2569 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามแผนการหารายได้ของ สศส. นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีการพิจารณาทบทวนและปรับปรุงระเบียบข้อบังคับที่สำคัญ ทั้งการทบทวนหลักเกณฑ์การประเมินผู้บริหารระดับสูง การปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน ตลอดจนการพิจารณาแนวทางการกำหนดวงเงินรางวัลประจำปีเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน
26 ก.พ. 2569