โทรศัพท์ 1358

ดีพร้อม” หารือค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “Big C” เตรียมหนุน SMEs อุตฯ อาหาร – เกษตรแปรรูป - แฟชั่น ก้าวสู่ขั้นวางทั่วไทย พร้อมขยายโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดีพร้อม” หารือค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “Big C” เตรียมหนุน SMEs อุตฯ อาหาร – เกษตรแปรรูป - แฟชั่น ก้าวสู่ขั้นวางทั่วไทย พร้อมขยายโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 16 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภาพ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ ให้เกียรติต้อนรับคณะผู้บริหารจาก บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (Big C) โดยมี นางวิภาดา ดวงรัตน์ ประธานบริษัทและประธานบริหาร นำคณะฯ พร้อมทั้งหารือแนวทางการคัดเลือกผู้ประกอบการร่วมกันเพื่อจัดจำหน่ายโดย Big C ร่วมด้วย นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมหารือดังกล่าว ณ ห้อมประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) พระรามที่ 6 ราชเทวี การประชุมครั้งนี้ เป็นการหารือร่วมกันถึงแนวทางการคัดเลือกผู้ประกอบการที่เข้ารับการบริการจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Big C โดยดีพร้อมได้มีการนำเสนอรายละเอียดข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้ทำการคัดเลือกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรแปรรูป และแฟชั่น จำนวน 100 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีศักยภาพทั้งในด้านมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น GMP HACCP อย. รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนเข้าร่วมทดสอบตลาดผ่านงานแฟร์ต่าง ๆ อาทิ THAIFEX OTOP นอกจากนี้ “อธิบดีณัฏฐิญา” ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อมมีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หรือ DIPROM Center ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความเหมะสมที่ทาง Big C สามารถคัดเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละสาขาของ Big C ทั่วประเทศ โดยดีพร้อมเองจะมีแพลตฟอร์มสำหรับคัดกรองผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อส่งต่อให้กับทาง Big C ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยินดีที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้ากับทาง Big C ทั้งเรื่องมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ การให้บริการเครื่องจักรต่าง ๆ ในการต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ่าน DIPROM ITC รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น
19 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” ระดมทีมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 มุ่งมั่นยกระดับผลการประเมิน ITA ในโค้งสุดท้ายของการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
“รองอธิบดีพลาวุธ” ระดมทีมคณะทำงานติดตามผลการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 69 มุ่งมั่นยกระดับผลการประเมิน ITA ในโค้งสุดท้ายของการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
กรุงเทพฯ 17 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะทำงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA) และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต กสอ. ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ได้มีการรายงานที่ประชุมให้รับทราบการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศส.กสอ.) เป็นผู้นำเข้าข้อมูลในฐานะผู้ดูแลระบบ และเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ ของหน่วยงาน ทั้งนี้ได้ดำเนินการอัปโหลดข้อมูลลงระบบเรียบร้อย ครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ มีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ดีพร้อม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มีผลการประเมินความเสี่ยงการทุจริตเชิงคุณภาพ “ระบบการประเมินความเสี่ยงการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ” (Corruption Risk Management Systems : CRMS) ด้านการอนุมัติ อนุญาต กระบวนงานพิจารณาอนุมัติ อนุญาตคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ในระดับดีเยี่ยม (Excellent) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน ได้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงการทุจริต เพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตในหน่วยงาน และมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับการประเมิน ในระดับดีเยี่ยม (Excellent) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ มีการร่วมกันพิจารณาการดำเนินการแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้มีการมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำส่งให้คณะทำงานฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน โดยที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขานุการฯ ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของที่ประชุม และเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจวัดให้คะแนน (ITA) ก่อนเผยแพร่ตามแผนที่กำหนด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ในประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการเก็บข้อมูล ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด สำหรับเก็บแบบวัดการรับรู้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าสำนักงาน ป.ป.ช. จะเข้ามาดำเนินการเก็บแบบวัดการรับรู้ฯ ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. พร้อมเน้นย้ำขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการดำเนินการให้สอดคล้องและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
19 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” คุมเข้ม !! เรียกประชุมทีมเงินทุนหมุนเวียนฯ ติดตามผลการดำเนินงาน เน้นย้ำการนำข้อมูลมาใช้วางแผนการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
“รองอธิบดีพลาวุธ” คุมเข้ม !! เรียกประชุมทีมเงินทุนหมุนเวียนฯ ติดตามผลการดำเนินงาน เน้นย้ำการนำข้อมูลมาใช้วางแผนการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 16 มิถุนายน 2569 นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย ประจำปีบัญชี 2569 พร้อมด้วย นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมครั้งนี้ มีการติดตามผลการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนฯ หน่วยปฏิบัติ ประจำปีบัญชี 2569 พร้อมรับฟังการรายงานตัวชี้วัด และเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยแต่ละหน่วยปฏิบัติได้นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงาน ที่มีการจัดทำผ่าน แดชบอร์ด (Dashboard) เป็นการรายงานสถานะผลการดำเนินงาน การจัดเตรียมแผนงาน ให้ที่ประชุมทราบ โดยมีการสรุปประเด็นสำคัญจากรายงานผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569) การายงานตัวชี้วัด มีจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 1,490 ราย โดยมีเงินต้นคงเหลือ 198 ล้านบาท และเป็นหนี้ค้างชำระ 105 ล้านบาท ทั้งนี้ ในการรับชำระคืนเงินต้น สามารถดำเนินการได้ร้อยละ 24.21 ของแผนภาพรวมทั้งปี และในส่วนของการบริหารจัดการหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น สามารถลดหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีลง ได้ร้อยละ 38.29 ของหนี้ค้างชำระที่ไม่เกิน 1 ปีทั้งหมด สำหรับหนี้ค้างชำระที่เกิน 1 ปี มีแนวโน้มลดลงจากเดือนก่อน แต่ในภาพรวมยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.31 และในปีบัญชี 2569 เงินทุนหมุนเวียนฯ ได้มีการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SME แล้ว จำนวน 102 ราย เป็นวงเงิน 38.21 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.59 ของแผนภาพรวมทั้งปี
19 มิ.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล” และทีมดีพร้อม นำโดย "อธิบดีณัฏฐิญา" จับมือหน่วยงานพันธมิตร ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงาน “THAIDEF - EX 2026” ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เติบโต
“ปลัดณัฐพล” และทีมดีพร้อม นำโดย "อธิบดีณัฏฐิญา" จับมือหน่วยงานพันธมิตร ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงาน “THAIDEF - EX 2026” ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เติบโต
กรุงเทพฯ 16 มิถุนายน 2569 - ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการร่วมจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 (Thailand Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF - EX 2026) โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายนรุณ สุขสมาน รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เข้าร่วมหารือพร้อมกับ พลโท คม วิริยเวชกุล เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม พลตรี นักรบ วานิชนุเคราะห์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม จากกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เขตราชเทวี การจัดงาน THAIDEF - EX 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ด้วยนวัตกรรมและการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารเอนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน โดยได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้ มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อความมั่นคงและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระหว่าง กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายหน่วยงานในการดำเนินงานด้านการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ที่เป็นหน่วยงนขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบต่าง ๆ อาทิ anti-drone bunker รองเท้าป้องกันระเบิด ปากกาอะดรีนาลีน รถต้นแลลสำหรับตรวจจับระเบิด ซึ่งจะมีการนำมาจัดแสดงภายในนิทรรศการ THAIDEF - EX 2026 ด้วย “การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้ประสบความสำเร็จ จะต้องมีมากกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งหัวใจหลักในการส่งเสริมและผลักดันให้ SMEs เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนี้ คือ การสร้างกลไกของการทดลองผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดและนำไปใช้งานได้จริง ผ่านการวางแนวทางด้านการตลาดที่ชัดเจน โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศไทยที่นับว่าเป็นผู้ซื้อหลักของอุตสาหกรรมนี้” ปลัดณัฐพลกล่าว
18 มิ.ย. 2569
กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส และ พระราชวัชรเมธี (ไฉน จิตตสุทโธ ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบด้วย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ นายสุนทร แก้วสว่าง นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวชิระ ไม้แพ นิติกรทรงคุณวุฒิ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายพิชิต มินทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) ครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) และครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ
18 มิ.ย. 2569
“ปลัดณัฐพล” นำทีมพร้อมด้วย "อธิบดีณัฏฐิญา" ถกเกณฑ์คัดเลือก “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 2569 เตรียมแผนดำเนินงาน เฟ้นหาสุดยอดสถานประกอบการต้นแบบที่พร้อมปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน
“ปลัดณัฐพล” นำทีมพร้อมด้วย "อธิบดีณัฏฐิญา" ถกเกณฑ์คัดเลือก “อุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 2569 เตรียมแผนดำเนินงาน เฟ้นหาสุดยอดสถานประกอบการต้นแบบที่พร้อมปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ 15 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วยคณะทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม การประชุมในครั้งนี้ มีการรายงานความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีมติให้ปรับกระชับกรอบเวลาในการประเมินให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดงานรางวัลอุตสาหกรรมชุดใหญ่ ซึ่งมีการกำหนดช่วงเวลาของกระบวนการพิจารณาการนำเสนอผลงาน ก่อนจะดำเนินการลงพื้นที่ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการจริง และสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกทั้งหมดภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 นอกจากนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัลโดยครอบคลุม 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) การกำหนดกลยุทธ์และนโยบาย 2) ความสามารถในการแข่งขัน 3) ความสามารถในการปรับตัวและการฟื้นคืนกลับ 4) ความสามารถในการพัฒนาอย่างยั่งยืน 5) ความสามารถในการสร้างคุณประโยชน์ และ6) ผลลัพธ์ในการดำเนินงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยมุ่งเน้นการประเมินศักยภาพของสถานประกอบการที่พร้อมปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2569 มีสถานประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมรวมทั้งสิ้น 26 ราย ซึ่งคณะทำงานฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงาน ยื่นใบสมัคร และลงพื้นที่ตรวจประเมิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของสถานประกอบการไทยในการเป็นต้นแบบระดับสากลต่อไป
17 มิ.ย. 2569
“รองอธิบดีพลาวุธ” หารือผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณารายชื่อผู้สมัครที่ปรึกษาอุตสาหกรรม ‘ดีพร้อม’ ปี 69 ก่อนนับถอยหลังสู่รอบไฟนอล มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ปรึกษาอุตสาหกรรมสู่ระดับสากล
“รองอธิบดีพลาวุธ” หารือผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณารายชื่อผู้สมัครที่ปรึกษาอุตสาหกรรม ‘ดีพร้อม’ ปี 69 ก่อนนับถอยหลังสู่รอบไฟนอล มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ปรึกษาอุตสาหกรรมสู่ระดับสากล
กรุงเทพฯ 15 มิถุนายน 2569 - นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการประเมินสมรรถนะร่วมที่ปรึกษาอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Headquarter) การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณารายชื่อผู้สมัครและทบทวนตรวจสอบข้อมูลสำคัญประกอบอื่นๆ ของผู้ที่ผ่านการประเมินสมรรถนะร่วมที่ปรึกษาอุตสาหกรรม ตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอว่าครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ยังได้นำเสนอแนวทางและกรอบเวลาการสัมภาษณ์ผู้ผ่านเข้ารอบไว้เบื้องต้น โดยกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 24 - 25 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ ให้พิจารณาจากจำนวนผู้เข้ารับการประเมินฯ ที่ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ทั้งหมดอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) นอกจากจะมุ่งเน้นการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนให้อยู่รอดเติบโตอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังมุ่งมั่นในการควบคุมคุณภาพและสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้แก่ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมผ่านการสอบประเมินฯ โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการให้บริการของ ‘ดีพร้อม’ โดยทีมที่ปรึกษาอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ต่อไป
17 มิ.ย. 2569
“วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี ดีพร้อม คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่
“วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี ดีพร้อม คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่
จ.นนทบุรี 13 มิถุนายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “45 ปี คพอ. พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต” และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายพัฒนา SME ไทย” โดยมี นายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายณัฐพล แสงฟ้า นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ผู้ประกอบการ SMEs หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และอดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมอีกหลายคน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องรอยัล จูบีลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี รมว.วราวุธ กล่าวแสดงความยินดีกับโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดีพร้อม หรือ ดีพร้อม คพอ. ที่เดินทางมาอย่างยาวนานถึง 45 ปี และสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า 13,700 ราย ซึ่งถือเป็น "หัวใจ" และ “ฟันเฟือง” สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้การค้าโลกเปลี่ยนเกณฑ์ การตัดสินใจจากเดิมที่เน้นเรื่อง "ราคาและคุณภาพ" เปลี่ยนไปสู่ "มาตรฐานและความยั่งยืน" มีการนำมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) เช่น CBAM EUDR และกฎหมาย Climate Change Act มาใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ดังนั้น ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ให้มากขึ้น โดยต้องให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG หรือ Environment (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ผ่านการร่วมมือกันผลักดันจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายคือการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ BCG Model โดยใช้แต้มต่อจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ โดยหากนำแนวทาง ESG มาประยุกต์ใช้คู่กับ BCG Model จะเป็นใบเบิกทางให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ตลาดโลก เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง และเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักลงทุนและลูกค้าที่มีคุณภาพเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน สำหรับ 3 แนวทางหลักเพื่อผลักดัน SME ไทยให้สามารถพลิกโฉมสู่อนาคต ได้แก่ 1) เพิ่มความรู้ (Upskill & Reskill) มุ่งสร้างเครือข่ายความรู้ที่ตอบโจทย์กติกาโลกใหม่ เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่สมัยใหม่ ปั้นเอสเอ็มอีไทยสู่ระดับโลก 2) การสร้างมาตรฐานให้เป็นแต้มต่อ เร่งยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) มาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่ Biodiversity Credit (เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ) ซึ่งเป็นเทรนด์นวัตกรรมทางการเงินใหม่ของโลก และ 3) เปิดทางสู่แหล่งทุน โดยจับมือกับ SME D Bank อัดฉีดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษรวมกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการปรับตัวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในการทลายข้อจำกัด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิตได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับหลักการ DNSH (Do No Significant Harm) ที่สถาบันการเงินและคู่ค้าต่างประเทศนำมาใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการทำธุรกิจ “กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยทุกรายสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยในครั้งนี้ จะเปลี่ยนให้กติกาโลกที่ดูเหมือนอุปสรรคกลายมาเป็นโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง" นายวราวุธ กล่าว
16 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” กำชับทีม “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าการทำงาน พร้อมเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน ภายใต้แนวทาง ONE MIND เชื่อมโยงบูรณาการทุกหน่วยงาน สร้างเครือข่าย SMEs ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
“อธิบดีณัฏฐิญา” กำชับทีม “ดีพร้อม” เร่งเครื่องเดินหน้าการทำงาน พร้อมเบิกจ่ายให้เป็นไปตามแผน ภายใต้แนวทาง ONE MIND เชื่อมโยงบูรณาการทุกหน่วยงาน สร้างเครือข่าย SMEs ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ครั้งที่ 3/2569 พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ และนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อมเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พระรามที่ 6 (DIPROM Headquarter) และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting ในการประชุมดังกล่าว อธิบดีณัฏฐิญา ได้กำกับติดตามเร่งรัดการดำเนินงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณให้สอดคล้องตามแนวทางที่สำนักงบประมาณได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งเน้นการเชื่อมโยง บูรณาการ และส่งต่อการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งในเชิงสาขาอุตสาหกรรม และในเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงงานภาคีเครือข่ายแลอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อให้เกิดการสร้างและขยายเครือข่าย ตลอดจนความร่วมมือต่อกัน โดยเน้นย้ำนำการตลาดมาเชื่อมโยงกับการผลิตให้มากขึ้น เพื่อให้ SMEs ไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ที่ผ่านมา “ดีพร้อม” มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลักดัน SMEs ไทยให้ได้รับการพัฒนาอย่างครบวงจร รองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง สอดคล้องกับนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านโครงการ / กิจกรรม ต่างๆ มากมาย อาทิ ความร่วมมือกับ สสว. ในโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) การหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) ตลอดจนการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้านต้นทุนพลังงานและภาคการเกษตร ในช่วงท้ายของการประชุม “อธิบดีณัฏฐิญา” ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับผู้อำนวยการกอง/ศูนย์ภาค ดีพร้อม ในโอกาสที่โยกย้ายรับตำแหน่งภายใต้สังกัดใหม่ และติดตามความคืบหน้าของกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย อาทิ การจัดกิจกรรมอุตสาหกรรมแฟร์ ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งกำหนดจัดในระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี การจัดกิจกรรมฝึกอาชีพในพื้นที่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี และเตรียมความพร้อมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มีการเลื่อนจากกำหนดการเดิม ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งประสานความร่วมมือ ส่งต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และมอบหมายงานระหว่างกัน เพื่อให้สามารถบริหารงานและให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
15 มิ.ย. 2569
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุกขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มสนุก ยกระดับอุตสาหกรรมข้าวสู่เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
“อธิบดีณัฏฐิญา” รุกขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มสนุก ยกระดับอุตสาหกรรมข้าวสู่เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
จ.สกลนคร 10 มิถุนายน 2569 - นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกิจกรรมสร้างเศรษฐกิจกลุ่มสนุกด้วยอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวมูลค่าสูง โดยมี นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายนพดล อุ่มน้อย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 (DIPROM Center 5) เข้าร่วม ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอก ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร การดำเนินงานกิจกรรมสร้างเศรษฐกิจกลุ่มสนุกด้วยอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวมูลค่าสูง อยู่ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติในคราว ครม.สัญจร 29 เมษายน 2569 ซึ่งดีพร้อมให้ความสำคัญกับการปฏิรูปภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมให้สามารถก้าวเข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 หรือ "กลุ่มสนุก" (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวคุณภาพดีและมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น ประกอบกับมีที่ตั้งเชิงภูมิศาสตร์ที่ดีสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและสามารถผ่านไปยังประเทศจีนได้ โดยการพัฒนา “ข้าว” ในกลุ่มจังหวัดสนุกให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลเพิ่มเพื่อสร้างศักยภาพให้กับพื้นที่ ด้วยแนวคิด “พลิกโฉมอุตสาหกรรมข้าวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 สู่อุตสาหกรรมข้าวมูลค่าสูงและมีความยั่งยืน” ขับเคลื่อนพื้นที่กลุ่มจังหวัดสู่อุตสาหกรรมข้าวมูลค่าสูงและมีความยั่งยืน โดยใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของ “ข้าว” อย่างคุ้มค่า รวมถึงผลผลิตพลอยได้ (By-product) และวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงสุด ตลอดจนพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ข้าวมูลค่าสูง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ให้ครบในบริบทอุตสาหกรรมแปรรูปข้าว พร้อมลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) และการปลอดการเผา (Zero Burn) ภายใต้การมีส่วนร่วมของคน ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้าวฮาง งอกเป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งถือเป็นโมเดลต้นแบบในการนำนวัตกรรมการแปรรูปมาใช้ในการดึงศักยภาพของ "ข้าวฮางงอก" ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ สำหรับการขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าว ดีพร้อมได้เข้าไปให้การสนับสนุนและส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในด้านต่าง ๆ อาทิ (1) ปรับกระบวนการผลิต ลดต้นทุน สร้าง Quick Win Content ให้ผลเร็ว (2) ยกระดับผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกสู่ตลาดพรีเมี่ยม สร้างภาพลักษณ์ "เพื่อสุขภาพ" (3) เตรียมมาตรฐาน GMP วางแผนช่องทางการตลาดผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE OA ทั้งนี้ จะมีการส่งต่อเข้าสู่โครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน หรือ One Province One Agro-Industrial Community (OPOAI-C) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม "วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้มีพื้นฐานภูมิปัญญาที่เข้มแข็ง ดีพร้อมมีบทบาทในการเข้ามาเติมเต็มด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการจัดการโมเดลธุรกิจเชิงลึก จะช่วยเปลี่ยนสินค้าเกษตรชุมชนให้เป็น 'สินค้าตัวท็อป' ที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Growth from Within) และสนับสนุนให้อุตสาหกรรมดีอยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน" อธิบดีณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
15 มิ.ย. 2569